กลิ่นผสมอาหารมีทั้งแบบน้ำและแบบผง ความแตกต่างหลักของกลิ่นผสมอาหารทั้ง 2 แบบอยู่ที่ ตัวทำละลาย และ ความคงทน ต่อความร้อน
แบบน้ำเหมาะกับเครื่องดื่มและอาหารเหลว
แบบผงเหมาะกับอาหารแห้งและขนมขบเคี้ยว
การเลือกใช้รูปแบบที่เหมาะสมจะช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กลิ่นผสมอาหารแบบน้ำ (Liquid Flavor)
เป็นรูปแบบที่นิยมมาก โดยเฉพาะในเครื่องดื่มและอาหารที่มีความชื้น เหมาะกับ
- เครื่องดื่มทุกชนิด
- ไซรัป
- ไอศกรีม
- ซอส
- ผลิตภัณฑ์นม
ข้อดี
- ผสมง่าย กระจายตัวดี
- ควบคุมปริมาณได้สะดวก
ข้อควรระวัง
ต้องเลือกให้เหมาะกับการเก็บรักษา
ต้องดูความเข้ากันกับสูตร (น้ำ/น้ำมัน)

กลิ่นผสมอาหารแบบผง (Powder Flavor)
นิยมใช้ในอาหารแห้งหรือสินค้าที่ต้องการความสะดวกในการชั่งตวง
เหมาะกับ
- ขนมขบเคี้ยว
- ผงปรุงรส
- เครื่องดื่มผง
- เบเกอรี่บางชนิด
- อาหารแห้ง
ข้อดี
- เก็บง่าย อายุยาว
- เหมาะกับสายการผลิตแบบผง
- คุมต้นทุนได้ดีในบางสูตร
ข้อควรระวัง
บางกลิ่นอาจจางง่ายเมื่อโดนความร้อนสูง
การกระจายตัวต้องทำให้ดี ไม่ให้จับตัวเป็นก้อน


