Posted on Leave a comment

การเลือกกลิ่นผสมอาหาร

การเลือกกลิ่นผสมอาหารให้เหมาะกับแต่ละประเภทอาหารถือเป็น หัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เพราะกลิ่นมีผลโดยตรงต่อความรู้สึกน่ารับประทาน และสร้างเอกลักษณ์ของสินค้า ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้สอดคล้องกับวัตถุดิบ ลักษณะของอาหาร และกลุ่มผู้บริโภค

หลักการเลือกกลิ่นผสมอาหารให้เหมาะสม

  1. พิจารณาประเภทของอาหาร
    อาหารแต่ละชนิดเหมาะกับกลิ่นที่แตกต่างกัน เช่น อาหารหวานต้องใช้กลิ่นหอมหวาน, อาหารเค็มต้องใช้กลิ่นที่ไม่กลบรสเดิม
  2. คำนึงถึงกระบวนการผลิต
    เช่น การอบหรือทอด อาจทำให้กลิ่นจาง ต้องเลือกกลิ่นที่ทนความร้อน
  3. รู้จักพฤติกรรมผู้บริโภคเป้าหมาย
    กลุ่มเด็กอาจชอบกลิ่นผลไม้หวาน ๆ ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่หรือสายสุขภาพอาจชอบกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ
ประเภทอาหารกลิ่นที่เหมาะสมหมายเหตุเพิ่มเติม
ขนมอบ / เบเกอรี่วานิลลา, เนย, ช็อกโกแลต, อัลมอนด์วานิลลาช่วยให้กลิ่นหอมละมุน ไม่กลบกลิ่นแป้ง
ลูกอม / เยลลี่สตรอว์เบอร์รี, องุ่น, แอปเปิล, มะม่วงเลือกกลิ่นให้ตรงกับรสชาติ สี และกลุ่มเป้าหมาย (เช่น เด็ก)
ไอศกรีม / เครื่องดื่มเย็นกลิ่นผลไม้, มินต์, กะทิ, มะพร้าว, เมลอนควรใช้กลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นหรือหอมละมุน
อาหารว่าง / ขนมขบเคี้ยวชีส, บาร์บีคิว, หัวหอม, สาหร่ายใช้กลิ่นเสริมรส เช่น กลิ่นชีสช่วยเน้นรสเค็มมัน
ขนมไทยกลิ่นมะลิ, ดอกไม้ไทย, ใบเตย, กะทิควรใช้กลิ่นที่มีกลิ่นไทยดั้งเดิม ไม่แรงเกินไป
อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอกควันไม้, กระเทียม, พริกไทยกลิ่นช่วยเพิ่มความหอมคาวน้อยลง
ผลิตภัณฑ์นมกลิ่นนม, ครีม, วานิลลาช่วยเสริมรสนุ่มและความหอมในโยเกิร์ต นมถั่วเหลือง ฯลฯ
ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *